พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ประวัติ เจ้าพ่อสอบสวนแห่งวงการตำรวจ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด , marinepolice.go.th
พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ประวัติ เดอะกิ๊ก เจ้าพ่อสอบสวนแห่งวงการตำรวจ กับผลงานการทำงานอันโชกโชน
กลายเป็นประเด็นร้อนของวงการสีกากีเลยทีเดียว เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ศาลได้ ออกหมายจับ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือ “เดอะกิ๊ก” ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมพวก ในข้อหาตามประมวลอาญามาตรา 112 และเป็นเจ้าพนักงานจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์ มาตรา 148 และเรียกรับผล ประโยชน์ มาตรา 149 และ มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

โดยข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องราวสั่นสะท้านวงการตำรวจ เนื่องจาก พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นผู้มีฝีมือ อย่างมากในการทำงาน คดีคลายคดีใหญ่ ๆ มาหลายต่อหลายคดี โดยในวันนี้เราก็ขอพลิกประวัติ เดอะกิ๊ก พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ มาให้ได้ทราบกัน..

พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ประวัติ เดอะกิ๊ก เจ้าพ่อสอบสวนกลาง
ประวัติ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2499 จบการ ศึกษาระดับประถมจากโรงเรียนวัดใหญ่บ้านบ่อ ระดับมัธยมจากโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จากนั้นศึกษาต่อที่โรงเรียน เตรียมทหารรุ่น 15 โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 31 โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นคือ พล.ต.อ. พงศพัศ พงศ์เจริญ รอง ผบ.ตร, พล.ต.ท. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. คนปัจจุบัน และ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1

นอกจากนี้ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ยังจบการศึกษารัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการอบรมหลักสูตรสืบสวนราชการลับจากสหรัฐฯ และหลักสูตรด้านการบริหารตำรวจจากวิทยาลัยตำรวจแคนาดา ประเทศแคนาดา

ผลงานของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ กับการคลี่คลายคดีใหญ่หลายคดี
สำหรับประวัติการทำงานของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา เพราะเคยเป็นสารวัตรใหญ่ถึงหลายสถานี ทั้งนครบาลท่าพระและยานนาวา พร้อมกันนี้ยังเคยเป็นรองผู้กำกับการหัวหน้าออกแบบบ้านสถานีตำรวจนครบาล บางขุนนนท์ ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม, ผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม, ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม, รองผู้บังคับการกองปราบปราม รักษาราชการแทนผู้การกองปราบปราม, ผู้บังคับการกองปราบปราม และดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” ใน เดือนตุลาคม พ.ศ. 2553

ส่วนผลงานของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ นั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นตำรวจมือปราบและมือสอบสวนที่เก่งฝีมือฉกาจคนหนึ่ง ทั้งคดียาเสพติด คดีฉ้อโกงข้ามชาติ นอกจากนี้ยังเคยจัดตั้ง “หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมศาสตร์” โดยนำหลักวิชาการมาใช้ในการสืบสวนเพื่อรองรับเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ เพื่อช่วยให้การสืบสวนเที่ยงตรงและแม่นยำขึ้น ซึ่งมี ผลงานสำคัญ ๆ ที่เป็นข่าวใหญ่ดังต่อไปนี้..

คดีปลอมแปลงเงินตรา พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ได้สืบสวนคดีธนบัตรดอลลาร์ปลอมที่ทำได้เหมือนที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา จับกุมผู้ต้องหาชื่อ “นายอาซินลี” เจ้าของฉายา “คิงคอง” สามารถยึดแท่นพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ปลอมที่ปลอมได้เหมือนมากที่สุด ซึ่งคดีนี้กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศอเมริกา มีผลงานแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์หน่วยสืบราชการลับ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วย

คดีเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของโลก โดย พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ สามารถจับกุม “นายโรแลนด์ ลอสซิกมอล” และทำลายขบวนการและเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของโลก ซึ่งมีเครือข่ายหลายประเทศทั่วโลก ทั้งแคนาดา สหรัฐฯ และประเทศในกลุ่มยุโรป รวมถึงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ โดยยึดทรัพย์สินได้ประมาณ 800 ล้าน ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของเมืองทรีออล ประเทศแคนาดาเลยทีเดียว

คดีทลายโรงงานผลิตยาบ้ารายใหญ่ 7 แห่ง (ในช่วงปี 2530-2531) โดยสามารถจับกุมนักเคมีชาวไต้หวัน ร่วมกับกลุ่มนายทุน ผลิตยาบ้า และยึดหัวเชื้อสำหรับผลิตยาบ้า ถือเป็นการทลายโรงงานผลิตยาบ้าได้มากที่สุดจนถึงปัจจุบัน จับกุมขบวนการของหนีภาษีศุลกากร มูลค่าหลายสิบล้านบาทด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ (ขณะนั้นยศ ร.ต.อ.) ได้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจยศสูง ซึ่งเป็นระดับหัวหน้าตำรวจจังหวัดระดับสารวัตรใหญ่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

คดีข่มขู่ผู้บริหารบริษัท เทสโก้ โลตัส สำนักงานใหญ่ในประเทศอังกฤษ โดย พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ สามารถจับกุมนายอเล็กซานเดอร์จอห์น วินสโตน หรือ อเล็กซ์ สัญชาติอังกฤษ ซึ่งส่งอีเมลข้อความข่มขู่ผู้บริหารบริษัทเทสโก้ โลตัส ประเทศ อังกฤษ เรียกเงินจำนวน 140 ล้านบาท โดยบอกว่าถ้าไม่ทำตามจะผสมสารพิษปนเปื้อนในอาหารที่วางขายในโลตัส สาขาใดสาขาหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานสกอตแลนด์ยาร์ด ประเทศสหราชอาณาจักร จึงได้ประสานให้ช่วยสืบสวน และได้สืบสวนจับกุมตัวนายอเล็กซ์ได้ในที่สุด

คดีปล้นทรัพย์ร้านทองนวนคร โดยสามารถจับกุม “นายยุทธนา นึกหมาย” และ “นายสุชาติ สิทธิทองหลวง” หรือ อัศวิน ผู้ต้องหาที่ได้ปล้นทองคำไปกว่า 500 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้มีการจับผู้ต้องหาผิดตัว 3 คน ทางด้าน พล.ต.ท. พงษ์พัฒน์ (ขณะนั้นยศ พ.ต.อ.) ได้สืบสวนรื้อคดีใหม่ จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาตัวจริงได้

คดีฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นผู้หญิงรายแรกในประเทศไทย โดยสามารถจับกุม “นางณัฐกานต์ อนะมาน” ที่วางแผนจดทะเบียนสมรสกับ พล.อ.ต. กิตติพัฒน์ เมืองโคตร (พ.ศ. 2543) และนายอรุณ ครัวกลาง (พ.ศ. 2545) เพื่อหวังเงินประกันชีวิตประมาณ 40 ล้านบาท โดยวางยาพิษและจัดฉากอำพรางคดีเป็นอุบัติเหตุ

คดีฉ้อโกงบริษัทประกันภัย สามารถจับกุม “นายพิเชษฐ์ พรตันติพงศ์” ในข้อหาร่วมกันพยายามฉ้อโกง โดยนายพิเชษฐ์ได้หลอกลวงบริษัทประกันภัยหลายแห่ง เพื่อเคลมเงินประกันอุบัติเหตุ จากกรณีสูญเสียอวัยวะจากการตัดนิ้วหัวแม่มือซ้ายของตัวเองที่ทำไว้ รวมมูลค่า 16 ล้านบาท

คดีร่วมกันจัดหาและรวบรวมทรัพย์สินเพื่อการก่อการร้าย โดยจับกุมตัว “นายวิกเตอร์ อนาโตลเจวิช บูท” ผู้ก่อการร้ายระดับชาติ ที่เป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งนายวิกเตอร์เป็นหัวหน้าแก๊งค้าอาวุธสงครามและมีเครือข่ายส่งอาวุธสงครามให้กับกลุ่มกบฏที่ต่อต้านรัฐบาลทั่วโลก ที่เข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย โดยผู้ต้องหาคนสำคัญที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาต้องการตัวมากที่สุด

คดีทุจริตการจัดซื้อของหลวงระดับชาติ โดยสามารถจับกุมนายตำรวจยศ พล.ต.ท. พร้อมพวกรวม 6 คน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับผลประโยชน์ ด้วยฮั้วประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์สายตรวจ ขนาด 200 ซีซี จำนวน 19,147 คัน ในปี 2550

พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ประวัติ เจ้าพ่อสอบสวนแห่งวงการตำรวจ
นอกจากนี้ พล.ต.ต. พงศ์พัฒน์ ยังเป็นอาจารย์ในการบรรยายวิชาสำคัญต่าง ๆ อาทิ อาจารย์บรรยายพิเศษให้กับนักศึกษาระดับปริญญาเอกคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายพิเศษให้กับนักศึกษาระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต บรรยายพิเศษให้กับนักศึกษาระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมกับเขียนหนังสือตำราและเอกสารทางวิชาการมากมาย จัดพิมพ์เพื่อใช้ประกอบการศึกษาด้านวิชาการตำรวจ อาทิ
ความรู้เบื้องต้นการเฝ้าสังเกตการณ์ และการสะกดรอยติดตาม พ.ศ. 2536
ความรู้เบื้องต้นการสืบสวนอาชญากรรม พ.ศ. 2537
วิธีปฏิบัติภาคสนามสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อรับแจ้งเหตุอาชญากรรม พ.ศ.2539
ความรู้เบื้องต้นการปฏิบัติงานตำรวจชุมชนสัมพันธ์ และตำรวจผู้รับใช้ชุมชน พ.ศ. 2540
มุมมองใหม่การจัดการองค์กรตำรวจศตวรรษที่ 21 พ.ศ. 2542
การปฏิบัติงานสืบสวนคดีฆาตกรรมในศตวรรษที่ 22 พ.ศ. 2544
คิดเทคนิคใหม่ วิธีการสะกดรอยระยะไกลที่มีประสิทธิภาพโดยลดการใช้ยานพาหนะและกำลังคนให้วงการตำรวจทั่วโลกถึงปัจจุบัน

พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ประท้วง ผบ.ตร. ปมก่อสร้างแฟลตตำรวจ
พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ยังเป็นหัวหน้าที่ทุ่มเททำงานทุกอย่างเพื่อลูกน้อง โดยก่อนหน้านี้ได้นั่งประท้วง ผบ.ตร. หน้าลิฟต์นานร่วม 2 ชั่วโมง เพื่อทวงถามความคืบหน้าการก่อสร้างแฟลตตำรวจให้กับตำรวจยศน้อย เมื่อปี 2554 ด้วย
และนี่ก็คือ ประวัติของ พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือเดอะกิ๊ก อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มากประสบการณ์นั่นเอง

วันที่ไม่มีเธอ!! เต๋อ ฉันทวิชช์ พระเอกร้อยล้าน

ทำความรู้จัก เต๋อ ฉันทวิชช์ จากพระเอกร้อยล้านสู่นักเขียนบทพันล้าน กับชีวิตความรักในวันที่ไม่มีเธอ
ปิดฉากความรักดาราคู่ฮอต เต๋อ ฉันทวิชช์ กับแฟนสาว พีค ภัทรศยา ที่ตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากคำว่า “คนรัก” เหลือเพียงแค่ “พี่น้อง” เรียบร้อยแล้ว ทำเอาบรรดาแฟนคลับต่างเสียดายไปตามๆกัน

ทางด้าน เต๋อ ฉันทวิชช์ ได้ออกมาเปิดใจว่าไม่เคยเสียใจและเสียดายเวลาเลยที่ได้คบกับ พีค ภัทรศยา และถ้าย้อนกลับไปได้ก็จะจีบ พีค ภัทรศยา อยู่ดี ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีเขาแล้วแต่ก็ยังจะคอยดูแลเป็นกำลังใจให้เขาอยู่เสมอ

ตามไปรู้จักกับผู้ชายคนนี้กันครับ เต๋อ ฉันทวิชช์ พระเอกร้อยล้านสู่นักเขียนบทพันล้าน
เต๋อ ฉันทวิชช์ หรือ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2526 เป็นนักแสดงชาวไทย จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนทิวไผ่งาม และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาพยนตร์และภาพนิ่ง ระหว่างศึกษามีผลงานละครเวทีของคณะตั้งแต่ปี 2544 – 2547

หลังจากจบการศึกษา ทำงานฟรีแลนซ์ บาร์โค้ด เป็นผู้เขียนบท ผู้ช่วยผู้กำกับ ตากล้องเบื้องหลัง และแอ็กติงโค้ช ให้กับค่ายจีทีเอช

จนมาได้แสดงเป็นตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น รับบทเป็น เหิร และมีผลงานเรื่องต่อมาคือเรื่อง โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต แสดงร่วมกับวรกาญจน์ โรจนวัชร

ภาพยนตร์ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้าน คือ กวน มึน โฮ คู่กับ หนึ่งธิดา โสภณ , ATM เออรัก เออเร่อ

ผลงานที่ เต๋อ ฉันทวิชช์ ร่วมเขียนบทและทำรายได้ไปกว่าพันล้านบาท ทุบสถิติหนังไทยทุกเรื่อง คือภาพยนตร์เรื่อง “พี่มากพระโขนง” ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัวเองภูมิใจมากที่สุดเพราะเบื้องหลังความฮาก็มาจากมุขของเขานั่นเอง

แม่เล็ก กับความรู้สึกต่อฉายา แม่ยายหมื่นล้าน!! ปลื้ม! ตั๊ก บงกช ให้เงินใช้ไม่อั้น!

เปิดความรู้สึก “แม่เล็ก” ต่อฉายา “แม่ยายหมื่นล้าน” โว! “ตั๊ก บงกช” ไม่เคยปล่อยลำบาก ให้เงินใช้จ่ายทำบุญไม่อั้น!

หลังจากนักแสดงสาว “ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล” ได้จดทะเบียนสมรสกับ “เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล“ ชีวิตความเป็นอยู่ก็เรียกว่าพร้อมไปซะทุกอย่าง ซึ่งลูกกตัญญูคนนี้เมื่อสุขสบายก็ไม่เคยลืมเผื่อแผ่ความสุขให้กับคุณเล็กแม่สุดที่รักจนถูกตั้งฉายาแม่ยายหมื่นล้านไปเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุด “แม่เล็ก คงมาลัย” ได้ถูกเชิญมาเปิดใจในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ถึงความน่ารักของลูกกตัญญูคนนี้ พร้อมความรู้สึกต่อฉายาแม่ยายหมื่นล้านมาว่า

ภูมิใจไหม ใครๆ เรียกคุณยายหมื่นล้าน ?
“ไม่รู้สิ มันก็เฉยๆ แล้วแต่คนเรียก แต่ภูมิใจชื่อเก่ามากกว่า ชื่อเก่าเพื่อนฝูงอะไรมาหาก็ยังได้ ถ้าหมื่นล้านเดี๋ยวเพื่อนหายหมด วันไม่มีเงินไม่มีเพื่อน แล้วอีกอย่างมีเงินก็ไม่มีเพื่อนเหมือนกัน เพื่อนที่ดีๆ บางคนเขาไม่ได้เห็นแก่เงินไง”

พอรวยก็เดินคอตั้งไม่มองคน ?
“ไม่ๆ หมอบด้วยซ้ำไป กลัวเราจำไม่ได้ ตาไม่ค่อยดี กลัวว่าจะทักผิด”

ก่อนหน้านี้ไปอยู่บ้านเจ้าสัวแต่ตอนนี้ทำไมไม่ได้อยู่แล้ว ?
“ไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร เขาให้ไปอยู่ที่บ้าน แต่เราเพื่อนฝูงไปหาไม่ได้ เพื่อนบอกว่าฉันไป ฉันเกรงใจลูก ฉันเกรงใจเขย เราก็เจอแบบนี้ถ้าอยู่บ้านฉันเขามาตลอด มาเยี่ยมบางทีเขาก็ซื้อขนมมาให้ ซื้อกับข้าว เรากินไม่อั้นไง แต่อยู่บ้านเขาต้องกินกับเขา บางทีเพื่อน…มันไม่ถูกใจ บางทีอาหารเขาไม่ถูกใจเรา”

เขาเม้าท์กันว่าโดนไล่ออกมา ?
“โอยย เขาอยากให้ไปอยู่จะตาย แต่ฉันไม่อยากไป ฉันมีบ้านของฉันเอง”

ได้ข่าวเจ้าสัว และตั๊กส่งคนมาคุม ?
“ก็ไม่สบาย เป็นเบาหวาน ลูกก็บอกอย่ากินหวาน แม่อย่ากินเค็ม อย่ากินมัน ฉันไม่เชื่อลูกฉันสักอย่าง ฉันกิน พอเป็นขึ้นมาลูกก็กลัวแม่จะเป็นอะไรก็เลยสั่งคนมาคุมเรื่องอาหาร ส่งพยาบาล ส่งแม่บ้านส่งมา”

เดี๋ยวนี้แม่ใช้เงินเว่อมาก ?
“เขาก็เม้าท์ไปไง ไม่จริงๆ พกเงินร้อยหกว่าบาทติดตัวทุกวัน เราต้องยั้งใจเรา เราอย่าไปซื้อ ก็เก็บไว้ให้ลูกเขา ต่อไปค่ายาฉันมันแพง ถ้าเกิดลูกมันไม่ส่ง ฉันก็จะได้ส่งตัวฉันเอง”

เดือนหนึ่งได้กี่ล้าน ?
“ไม่บอก อย่าไปพูดนะเดี๋ยวคนมายืมตังก์คิดว่าฉันมีเงินจริงๆ อย่าพูด(หัวเราะ)”

วันๆ หนึ่งใช้เงินหลายล้าน??
“ส่วนมากใช้ทำบุญมากกว่าใช้ส่วนตัว(หัวเราะ) ช้อปปิ้งไหม ไม่ชอบ ชอบทำบุญ ไม่ช้อปปิ้งหรอกเพราะว่ามีแต่ของแพงๆ สู้เราเอาเงินไปทำบุญ อย่างอาจารย์(อ.ยิ่งศักดิ์) ไปบวช เห็นโบสถ์ก็นึกถึงนี่แม่น้องตั๊กสร้าง ก็ได้สำนึก(ยิ้มปลื้ม)ก็ยังคิด ถ้าเราช้อปปิ้งขายเสื้อผ้าแฟชั่นเงินมันก็หายไปไม่เผื่อคนอื่น”

หลานน่ารักมาก ข้าวหอมมีเงินขวัญถุงเป็นพันล้าน ?
“แหม…ของพ่อเขา เราก็ไม่รู้ อย่าพูดไปนะเดี๋ยวเขานึกว่าหลานฉันมีเงินจริงๆ เดี๋ยวเขามาอุ้มหลานฉันไปว่าไงเนี่ย(ยิ้ม) เขาพ่อลูกกัน สมบัติพ่อก็เป็นสมบัติลูกนั่นแหละ”

เจ้าสัวรักและหลงน้องข้าวหอมมาก ?
“เขารักทุกคน ลูกทุกคนเขารักเสมอกัน เรายังรักลูกเรา เขาจะไม่รักลูกเขาเหรอใช่มั้ย เขาก็ต้องรักลูกเขาเป็นธรรมดา”

ทุกวันนี้ตั๊กยังทำตัวเหมือนเดิม ?
“เหมือนเดิมทุกวันนี้ก็ยังกอดแม่หอมแม่ ลูกนั่งมองแม่มันหอมยาย ตั๊กเขาก็อุ้ม ข้าวหอม หอมยายซิลูก”

มีความสุขไหม ?
“แหม…มีความสุขสิมีหลานคนแรก บางทีหลานมาถอดกางเกง ดมกางเกงมันหอมจังเลย(ยิ้ม) จริงๆ กางเกงมันหอมนะ เขามีคนดูแลเขาอย่างหอมเลย”

เด็กเกิดมามีบุญ ?
“ฉันทำบุญ ฉันอธิฐานว่าถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เกิดแบบข้าวหอม เกิดแบบพ่อรักใคร่ แม่รักใคร่ มีเงินมีทอง มีทุกสิ่ง มีชื่อสียง มีทุกอย่าง พูดถึงข้าวหอม เราโดนเลี้ยงมาไม่เหมือนข้าวหอมไง พ่อแม่เลี้ยงเราแบบลูกมะม่วง ทนฟ้า ทนฝนสุกแล้วมันถึงจะอร่อยใช่ไหมลุกมะม่วง ถ้าไปห่อมันเน่าไปเลย(หัวเราะ)”

ตอนนี้เงินที่ได้มาแม่ก็ทำบุญหมดไม่เหลือ ?
“เหลือสิเอาไว้ให้หลานบ้าง เงินเขาก็คืนเขาหมด”

มีเงินเลยเลิกขายน้ำพริก ?
“ลูกสาวเห็นไม่สบาย แม่ป่วยแม่ก็อยู่บ้าน ทำมาตั้งแต่สาวจนแก่ แม่อย่าทำเลย หนูขอร้อง”

ขอบคุณบทสัมภาษณ์จาก NEWSPLUS

หนิงปัดโพสต์แขวะใครไม่ขอยุ่งเรื่องไฮโซน้ำหวานท้อง

หนิง ปณิตา ปัดโพสต์แขวะใคร ไม่ขอยุ่งเรื่องไฮโซน้ำหวานท้อง เผยคดียังไม่จบนัดเคลียร์ต้นปีหน้า รับทำกายภาพบำบัดทุกสัปดาห์

แค่ลงโพสต์เตือนสติคนแต่แมงเม้าท์ ก็ดันจับไปเป็นประเด็นอีก สำหรับ “หนิง ปณิตา” งานนี้หลายคนเลยมองว่า อาจจะแขวะไฮโซน้ำหวานหรือไม่ งานนี้เจอตัวสาวหนิง ที่มาร่วมงานบวงสรวง “มนต์รักเพลงผีบอก” ณ สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 โดย สาวหนิง ปฏิเสธพร้อมทั้งชี้แจงว่า

“ไปเห็นใครคนนึงมาที่มีลูกแล้วก็ทิ้ง หมายถึงคู่กรณีคนเก่ารึเปล่า หนิงทำรายการเพื่อสังคม เลยค่อนข้างที่จะได้คุยกับคนอื่นเยอะทั้งทางจดหมายและทางเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ส่วนตัว ที่ส่งมาเล่าเรื่องราวให้ฟัง เพื่อที่จะได้นำเรื่องของเขามาออกอากาศ เพื่อช่วยเหลือคนในรายการปากโป้ง ก็คือจะมีการคุยกับคนเยอะ และด้วยอารมณ์ของคนเป็นแม่ ก็เลยโพสต์ข้อความขึ้นไป ไม่ได้คิดที่จะพาดพิงใคร ในเรื่องที่จับข่าวไปเอี่ยวกัน มันเป็นนอกเหนือจากตัวหนิงเอง ส่วนเรื่องที่มีคนโยงว่าเป็นคู่กรณี หนิงก็บอกว่า เราก็ไม่ได้ตำหนิหรือว่าคนที่จะโยง บอกทุกคนมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์ที่จะจินตนาการ โดยส่วนตัวของหนิงเอง ขอบคุณที่ถาม เพราะไม่ได้จะโยงถึงใครเลย คือถ้าไปไล่ๆ อ่านจริงๆ หนิงก็จะเจอเรื่องเด็กคนนี้ เป็นอะไรมาแชร์ หรือช่วยเหลือเรื่องเงิน เเต่ก็ไม่ได้มีใครเอามาพูดถึง แต่พอเรื่องท้อง หรือเรื่องอะไร ก็จะโยงมาเกี่ยวกันกับคู่กรณี ซึ่งก็ไม่น่าจะเกี่ยวกัน”

ส่วนตัวแล้ว รับรู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายหรือไม่ สาวหนิง กล่าวว่า “ถ้าไม่มีคนมาเล่าให้ฟัง ตัวเองก็ไม่ได้ไปเสาะแสวงหา เพราะไม่ได้มีความสำคัญที่จะไปรับรู้เรื่องของเขา แต่ถ้ามีโอกาสรู้จะเป็นในลักษณะ มีคนมาเล่าให้ฟังแค่นั้น ถามว่าซีเรียสมั้ย คนมองเราไม่จบ ไม่ซีเรียสหรอกค่ะ รับรู้แค่ตรงนั้น ก็จบแค่ตรงนั้น ถ้าเป็นคนรู้จักหนิงดี หนิงจะด่าใครก็ด่าไปตรงๆ เลย และหนิงไม่ค่อยมาอะไรแบบนี้ แต่จะด่าตรงๆ หรือไม่ ก็ทำให้เขารู้ไปเลยตรงๆ ว่าเป็นใคร เป็นการเล่าเรื่อง อย่างเมื่อเช้า ก็มีคนโพสต์มาขอความช่วยเหลือ ว่าตัวเองเดือดร้อนอะไร เราก็จะเอามาแชร์ในหน้าปัจจุบัน ทีแบบนี้ ก็ไม่มีใครพูดถึง

ถามว่ามีคนมาถามมั้ยว่า โพสต์ถึงใคร ถ้าคนรู้จักหนิงโดยทั่วๆ ไป ก็ไม่มี และไม่ได้สื่อถึงใคร อย่างเขาจะท้อง หรือจะอะไรยังไง หรือตามที่เป็นข่าวกัน มันก็เรื่องของเขา ไม่ได้มาท้องกับสามีหนิงก็โอเคค่ะ”

ทางด้านคดีความระหว่าง สาวหนิง กับ ไฮโซน้ำหวาน สาวหนิง เผยว่า “ยังไม่จบรอต้นปีหน้า ตามคำสั่งของศาล อยู่ในขั้นตอนสืบสวนสอบสวน น่าจะได้เจอกันทั้งคู่ เรื่องประนีประนอมรอบที่แล้ว ศาลได้สั่งให้มาพอกัน จะได้ไกล่เกลี่ย และประนีประนอม ซึ่งศาลก็เหมือนผู้ใหญ่ อยากให้ประนีประนอม เราก็ยินดี แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่มาเอง โดยหนิงไม่ได้คิดจะติดต่อเขาอยู่เเล้ว ทนายจะเป็นคนจัดการ ส่วนอาการบาดเจ็บที่คอ ตอนนี้เอาเฝือกออกแล้ว แต่ยังหันได้ไม่สุด ยังหาหมออยู่ค่ะ ยังกายภาพชุดว่ายน้ำอยู่อีกอาทิตย์ละครั้ง”

สาวอังกฤษ เดินทางพบหญิงช่วยสึนามิที่ภูเก็ตแล้ว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Emily Willgrass

สาวอังกฤษ เดินทางมาพบผู้มีพระคุณที่ภูเก็ตแล้ว หลังได้รับความช่วยเหลือจากเหตุสึนามิ 2547 เผยภาพกอดกันทั้งรอยยิ้ม

สืบเนื่องจากกรณีที่ 2 พี่น้องชาวอังกฤษ เบน และ เอมิลี่ วิลกราส ได้ออกมาประกาศตามหาคู่สามีภรรยาชาวไทยผู้มีพระคุณ นางยุพิน เส็งเมือง และนายพิเชษฐ์ ผู้เป็นสามี ที่เคยช่วยดูแลทั้งคู่เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์สึนามิปี 2547 จนชาวเน็ตได้ร่วมกันแชร์และได้ตามหานางยุพินและนายพิเชษฐ์จนพบแล้ว ซึ่ง 2 พี่น้องตั้งใจจะเดินทางมาเพื่อขอบคุณทั้งคู่ และได้ขอความร่วมจากสื่อมวลชนว่าอยากเข้าพบทั้งคู่เป็นการส่วนตัวนั้น

ล่าสุดในวันที่ 3 สิงหาคม 2557 มีรายงานว่า เอมิลี่ วิลกราส ได้เดินทางมาพบกับนางยุพินและนายพิเชษฐ์ ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยทั้งคู่ยังได้ถ่ายรูปร่วมกันและนำมาแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก Emily Willgrass  maxman อีกด้วย โดยทั้งเอมิลี่และนางยุพินต่างก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มด้วยความยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง

เบลล่า งง น้ำหวาน แฉแอบแทงข้างหลัง

“เบลล่า”สุดงงหลังถูก”น้ำหวาน”แฉว่าแอบไปติดต่อกับ”เพิร์ท”แฟนหนุ่มของเธอลับหลังแจงรู้จักกับฝ่ายชายตอนสมัยเรียนแต่ไม่ถึงคบกันเป็นแฟนเก่าและไม่เคยติดต่อกันมานานแล้ว

ก่อนหน้านี้ “น้ำหวาน พรพรรณ มนชะติน” แชมป์เคพีเอ็นอวอร์ดคนล่าสุด ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าถูก “เบลล่า-ราณี แคมเปน” นางเอกสาวของช่อง 3 แอบโทรหาหนุ่มคนสนิทของเธอที่ชื่อ “เพิร์ท” ลับหลัง ทำให้น้ำหวานแสดงอาการไม่พอใจอย่างมาก เพราะรู้สึกว่าเบลล่ามีเจตนาไม่ดี โดยน้ำหวานยอมรับว่าเบลล่ากับเพิร์ทเคยเป็นแฟนเก่ากันมาก่อน โดนแฉแบบนี้แล้ว ต้องถามทางฝั่งเบลล่ากันบ้างว่าจริงๆ เป็นยังไง

“ก็งงเหมือนกัน ตอนที่เห็นข่าว เพราะเราเองไม่ได้รู้จักกับเขา ส่วนกับฝ่ายชายเราเองรู้จัก ตอนสมัยเรียน เคยทำกิจกรรมในสมัยเรียนด้วยกัน ซึ่งก็ไม่ได้สนิทกันอะไร (เขาบอกว่าเพิร์ทเป็นแฟนเก่าของ”เบลล่า”) ถ้าบอกว่าเป็นแฟนเก่า ตอบได้เลยว่าไม่ใช่ เรารู้จักเขา แต่ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ไม่ได้มีเบอร์ ไม่มีไลน์ ไม่เคยติดต่อกันเลย คือเราเองไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเกิดมาอย่างไง ยอมรับว่างงมาก (คิดว่าเขามาเกาะเราดังไหม) เอาจริงๆ เราเองไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นที่รู้จักมากขนาดที่ว่าเราจะทำให้ใครดังเพราะเราได้” นางเอกสาวเผย

เมื่อถามต่อถึงความสัมพันธ์กับ “เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ” ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์เป็นยังไง นางเอกสาวเผยว่ายังได้คุยกัน แต่น้อยลง เนื่องจากต่างคนต่างทำงาน
“พี่เวียร์เขามีละครที่ต้องถ่าย 2 เรื่อง เราเองก็มีละคร 2 เรื่องเช่นกัน คือแค่งานละครของแต่ละคนก็ 7 วันแล้ว ซึ่งพี่เวียร์เองมีธุรกิจรถเฮี๊ยบของเขาด้วย เราเองก็มีงานอื่น และตอนนี้เบลก็ไปลงเรียนปริญญาโทไว้ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเจอกันเท่าไหร่ (มีข่าวว่าเวียร์ไปหาเบลล่าที่กอง) ไม่มีนะ ส่วนใหญ่โลเกชั่นของเรา ถ่ายต่างจังหวัดซะส่วนใหญ่” เบลล่ากล่าวปิดท้าย

ชื่นชม! นางแบบสาวโชว์คลิป ตำรวจน้ำดีไม่รับสินบน

ชัญญ่า ทามาดะ นางแบบสาวชื่อดัง โพสต์คลิปวิดีโอแอบถ่ายตำรวจจราจรซื่อสัตย์ ไม่ยอมรับสินบน
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(22 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ตำรวจจราจรผู้ซื่อสัตย์ ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่รถคันหนึ่งถูกตำรวจเรียก และขอดูใบขับขี่คนขับ ซึ่งคนขับเอ่ยกับตำรวจว่า “ช่วยหน่อยนะครับ ผมไม่ใช่คนแถวนี้”

แต่ตำรวจจราจรนายนี้กลับตอบด้วยความสุภาพว่าช่วยไม่ได้เพราะต้องทำตามกฎหมาย โดยตำรวจที่ออกมาปฏิบัติปั๊มลมหน้าที่นั้นถูกคัดมาแล้ว คนที่มีปัญหาทุจริตจะไม่ให้ออกมา แม้ว่าคนขับจะพยายามให้สินบนแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับตอบมาว่า

“รับตังค์ไม่ได้จริงๆครับ ขออย่าให้ตำรวจต้องทุจริตเลยครับ บ้านเมืองกำลังแย่อยู่นะครับ”

ทั้งนี้ หลังคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ไป ชาวสังคมออนไลน์ต่างเข้ามาชื่นชมตำรวจนายนี้กันเป็นจำนวนมาก และอยากให้ตำรวจซื่อสัตย์สุจริตแบบนี้ทุกคน เพื่อรักษากฎหมายบ้านเมืองให้ศักดิ์สิทธิ์

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอนี้ถูกถ่ายโดย ชัญญ่า ทามาดะ นางแบบชื่อดัง ที่แอบถ่ายวิดีโออยู่เบาะหลังของรถคันดังกล่าว โดยนางแบบสาวได้โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กพร้อมข้อความว่า “ตำรวจดีๆยังมีค่ะ เจอมากับตัวเมื่อกี้ ป๊อป เงิบบบบบสิคับ!!!! 55555 สุดยอดค่ะ ขอเสียงปรบมือให้เจ้าหน้าที่จราจรผู้นี้ด้วยค่ะ”

ฮือฮา ชูวิทย์ โพสต์ภาพล้อเลียน หาทางออกให้ประเทศ

“ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” โพสต์เฟซบุ๊ก เย้ยกระบวนการการหาทางออกให้การเมืองไทย แนะให้ “สุเทพ”กับ”จตุพร”คุยกันให้ได้ก่อน

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ภาพลงเพจเฟซบุ๊คส่วนตัวที่ ชื่อว่าชูวิทย์ I’m No.5 เป็นภาพการหาทางออกทางการเมืองโดยมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา สำนักงานบัญชีออกมาขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ ซึ่งนายชูวิทย์แนะนำว่า ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นให้วุ่ยวายแต่ให้เอา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. กับนายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. นั่งคุยกันให้ได้ก่อน

โดยภาพดังกล่าวมีข้อความ ว่า ว่าที่ประธานวุฒิฯ“วอนทุกฝ่ายร่วมหาทางออก” ทุกฝ่ายพร้อมหาทางออกมานานแล้ว เหลือแค่สองคนที่ท่านต้องวอนให้คุยกันสุเทพ กับจตุพรไม่ต้องทำอย่างอื่นให้วุ่นวาย จนเป็นที่ฮือฮาในโลกของสื่อสังคมออนไลน์ในขณะนี้.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ริท เผยสัมพันธ์ โตโน่ ไม่เหมือนเดิม

“ริท”เผยความสนิทสนมกับ”โตโน่”เปลี่ยนไปเหตุเพราะไม่ค่อยมีเวลาเจอกันต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองสัญญากับ”เอ็กแซ็กท์”เหลือปีกว่ายันต่อสัญญา

มีข่าวลือออกมาเป็นระลอก สำหรับความสัมพันธ์ของแก๊ง “อสรพิษแห่งบ้านเดอะสตาร์” ที่ประกอบด้วย “กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ” “ริท-เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช” และ “โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ที่มีข่าวระหองระแหงและสั่นคลอนไม่สนิทกันเหมือนเดิม ซึ่งทั้งสองหนุ่ม “กัน-โตโน่” ได้ชี้แจงไปแล้ว มาถึงหนุ่มคนสุดท้ายของแก๊งอย่างริท ที่ถูกจับตามองว่าจะยังสนิทกับพี่ชายนายโตโน่เหมือนเดิมไหม ล่าสุดเจอหนุ่มริทในงานถ่ายแบบนิตยสาร “เปรียว” ฉลอง 10 ปี “เดอะสตาร์”

“ถามว่าความสัมพันธ์เหมือนเดิม ต้องบอกตรงๆ ว่ามันไม่เหมือนเดิม เพราะว่ามันเป็นเรื่องของเวลา ที่ไม่ค่อยได้เจอกัน ไม่ได้ทำงานด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน กันก็งานเยอะ ไม่เคยจะว่าง ริทเองก็เรียนหนักหนาสาหัสไม่เคยจะว่าง พี่โน่เองเขามีหน้าที่ของเขา ต่างคนต่างไม่ได้มีเวลาให้กัน อย่างกับกันเอง ความสนิทยังเหมือนเดิม เพราะยังมีโอกาสได้ทำงานด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง แต่กับพี่โน่ อาจจะไม่ค่อยได้คุย แล้วอีกอย่าง คือพี่โน่เอง เขาก็มีเส้นทางของเขาใหม่ มีครอบครัวที่จะต้องดูแล เขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้น อาจจะไม่ได้มาเฮฮากับริทเหมือนเดิม” ริทเผย

เมื่อถามถึงเรื่องสัญญากลับค่าย “เอ็กแซ็กท์” ที่กำลังจะหมดลงในปีนี้ หนุ่มริทเผย ว่าสำหรับเขาถึงจะต่อหรือไม่ต่อ “เอ็กแซ็กท์” ก็คือบ้านที่มีอยู่แล้วมีความสุข

“สัญญาน่าจะเหลือประมาณปีหนึ่ง ซึ่งก็มีการพูดคุยกันเล่นๆ ว่า ต่อสัญญากันไปตลอดชีวิต เพราะริทเองไม่ได้ซีเรียส ว่าจะต่อหรือไม่ต่อ เพราะยังไง ริทก็ไม่ไปไหนอยู่แล้ว อยู่กับที่นี่มีความสุขทุกอย่าง และเป็นที่ๆ สร้างเรามา และที่นี่ไม่ได้เป็นที่ๆ จะทิ้งใครง่ายๆ ในส่วนเรื่องของการต่อสัญญาจริงๆ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ว่าจะริทไม่อยากต่อ หรือค่ายไม่อยากให้ต่อ แต่มันอยู่ที่ว่าริทยังทำงานไหวหรือเปล่า และจะมีเวลามาทำงานหรือเปล่า เพราะว่าริท ยังต้องเรียนอีกเกือบ 3 ปี คือถ้าทำงานได้ ริทก็อยากที่จะต่อ แต่ถ้าทำงานไม่ได้ ก็ไม่รู้จะต่อไปทำไม ซึ่งตั้งแต่ไปเรียนมา 2 ปีกว่า ริทก็ยังทำงานตลอด ทางค่ายเอง ก็จัดสรรงานให้ริทตลอดเลย ถ้าถามใจจริง ริทต่ออยู่แล้วไม่ไปไหนแน่นอน” ริทกล่าวปิดท้าย

หมาก ปัดจูบ คิมเบอร์ลี่ ท้าโชว์ภาพ รับสนิทสุด

มีข่าวว่าจูบปากกันบนเครื่อง สำหรับหนุ่มหมาก – ปริญ กับสาวคิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ซึ่งงานนี้หนุ่มหมากก็ออกมาปฏิเสธ พร้อมกับเปิดใจเรื่องความสัมพันธ์ว่า

“ข่าวจูบบนเครื่องบินผมก็ไม่แน่ใจ ไม่ทราบว่าเขาเอาข่าวแบบนั้นมาพูดได้อย่างไร เพราะว่ามันไม่จริง แต่ว่าเราก็ไปเที่ยวเกาหลีด้วยกันจริง ไปกันหลาย ๆ คน ไปเป็นกลุ่มใหญ่มากครับ ที่ถ่ายรูปไปครั้งนี้ เราแต่งตัวจัดเต็มทุกคน ก็เลยถ่ายรูปบ่อย และลงรูปเยอะ ไม่ได้เปิดตัวและไม่ได้ปิดบัง ความสัมพันธ์ก็สนิทขึ้น เพราะว่าได้ถ่ายละครด้วยกันอีก และไปเที่ยวด้วยกัน ก็เลยทำให้สนิทขึ้น เรียกว่าดูใจกันอยู่ไหม ก็ดูกันไปเรื่อย ๆ ครับ ยังไม่แฟน ก็เป็นผู้หญิงที่สนิทที่สุดครับ ไม่ได้เกรงใจครับ แต่ละวันก็ทำแต่งานแต่งหน้ารับปริญญา เจอนางเอกแค่ 2 คน ก็คิมเบอร์ลี่ และเบลล่า ครับ ไม่ได้เกี่ยวกับทางต้นสังกัด หรือทางช่องครับ ก็สนิทกันครับ ข่าวเรื่องจูบ ก็ไปเอาภาพมาดีกว่าครับ เราบินไปพร้อมกัน แต่บินกลับคนละไฟลท์ครับ ขาไปนั่งด้วยกันครับ เรื่องข่าวไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ เขาก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องข่าวนะครับ ก็คุยกันอยู่ ที่เขาลงรูปว่าหน้าเหมือนกัน ก็แค่ถ่ายรูปเล่นกันเฉย ๆ ครับเป็นเนื้อคู่ในละครครับ เรื่องข่าวมือที่ 3 มันจบไปนานแล้ว ผมไม่อยากเอากลับมาเป็นประเด็น ผมขอไม่พูดถึงละกันครับ ซีเรียสไหมถ้ามันทำให้ใครเดือดร้อน ผมก็ซีเรียสครับ สนิทกันแต่ยังไม่ใช่แฟนครับ”